ประสบการณ์ครั้งแรกที่ International Academy of Astronautics Space Exploration Conference 2014

IAA Space Exploration Conference 

Planetary Robotic and Human Spaceflight Exploration

January 09, 2014 at Washington DC, USA

organized by International Academy of Astronautics (IAA)

ผมขอแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางไปนำเสนอผลงานวิชาการที่ต่างประเทศครั้งแรก ซึ่งผมมีโอกาสได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานในการประชุมว่าด้วยการสำรวจอวกาศ เมื่อวันที่ 9 มกราคม ปี 2014 จัดโดยองค์การศึกษาด้านการบินอวกาศระหว่างประเทศ (International Academy of Astronautics: IAA) ซึ่ง theme ในปีนี้ คือ การสำรวจอวกาศโดยมนุษย์และหุ่นยนต์ (Planetary Robotic and Human Spaceflight Exploration)

Logo inde 50th ovalesummit

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำก่อนว่า IAA มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่ง IAA เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ของรัฐ (Non-Governmental International Organization) โดยได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ (United Nations) ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกรวม 84 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย และเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ ปี 1960 โดย IAA มีวัตถุประสงค์หลักที่จะพัฒนาวงการอวกาศในเชิงสันติ ทั้งยังสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาและวิจัยวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศ โดยการประชุมวิชาการนี้เป็นการประชุมที่จัดขึ้นทุกสองปี เพื่อเป็นเวทีให้แก่นักวิชาการที่ศึกษาและสนใจด้านอวกาศมาร่วมนำเสนอผลงานวิจัย ความรู้ใหม่ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ รวมถึงด้านกฎหมายและนโยบาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่การวิจัยและพัฒนาความรู้ด้านการบินอวกาศของมวลมนุษยชาติ ผลจากการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมาของ IAA ก่อให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เช่น มีการส่งเสริมผลักดันให้ประเทศต่างๆจัดตั้งองค์กรด้านอวกาศของตนเองขึ้น เช่น ในประเทศ เม็กซิโก แอฟริกาใต้ แอลจีเรีย ทั้งยังมีการลงทุนในกิจกรรมอวกาศ การกำหนดนโยบาย ตลอดจนแผนปฎิบัติการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมอวกาศร่วมกับองค์กรด้านอวกาศที่สำคัญของประเทศยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่าง NASA ของประเทศสหรัฐอเมริกา CNSA ของประเทศจีน JAXA ของประเทศญี่ปุ่น และ ISRO ของประเทศอินเดีย

journey06012013IMG_5416IMG_4463IMG_4792IMG_4564IMG_4941

สถานที่จัดประชุมในปี 2014 นั้น อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NASA ด้วย ซึ่ง IAA ได้จัดการประชุมที่ Ronald Reagan Building and International Trade Center ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญของกรุงวอชิงตัน ดีซี มากนัก เช่น ทำเนียบขาว (The White House) และสถาบันสมิทธโซเนี่ยน (Smithsonian) ย้อนกลับไปสองเดือนก่อนหน้านี้ ผมเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบของบทความด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศไปที่ IAA และได้รับการตอบรับ พร้อมโอกาสในการเดินทางไปนำเสนอผลงานด้วยตัวเอง ซึ่งคนที่เดินทางไกลไม่บ่อยอย่างผม ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องไปที่วอชิงตัน ดีซี ผมมีเพื่อนหลายคนที่ชอบการเดินทาง บางคนไปสหรัฐอเมริกาบ่อยกว่าไปเที่ยวเชียงใหม่เสียอีก แต่สำหรับผมนั้น สหรัฐอเมริกาช่างไกลเหลือเกิน จนผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะไปเยือนที่นั่น ผมเริ่มวางแผนทำวีซ่าในเวลาที่จำกัด แต่ด้วยความช่วยเหลือของ IAA ทำให้ผมได้รับวีซ่าทันก่อนวันเดินทางพอดี และผมได้รับทุนค่าเดินทางจากมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็น sponsor และเป็นต้นสังกัดของผมในเวลานั้น ถ้ายังจำกันได้ ช่วงเดือนมกราคมในปีนั้นเป็นช่วงที่เกิดพายุหิมะ และอากาศหนาวจัดในรอบหลายสิบปีของสหรัฐอเมริกา เนื่องมาจากปรากฏการณ์ Polar Vortex ซึ่งเป็นการบิดเบี้ยวของมวลขั้วโลก แต่ค่อนข้างโชคดีตรงที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ไม่ได้รับผลกระทบจากมวลความเย็นเท่ากับที่ชิคาโก หรือ นิวยอร์ก อุณหภูมิวันที่ผมเดินทางไปถึงอยู่ที่ -14 องศาเซลเซียส และตลอดการใช้ชีวิตหนึ่งสัปดาห์ของผมที่วอชิงตัน ดีซี มีฝนตกลงมาตลอดสัปดาห์ ทำให้อากาศไม่เย็นและแห้งจนเกินไป

IMG_5313IMG_4961IMG_4494IMG_4538edited_smithsonian castleedited_white house

ผมเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิวันที่ 7 มกราคม เวลา 4 ทุ่มกว่า ไปถึงสนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้เวลาประมาณตีห้า เพื่อรอเปลี่ยนเครื่องไปวอชิงตัน ดีซี ตอน 9 โมงเช้า และเกือบ 15 ชั่วโมงที่ผมนั่งเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเส้นทางบินโค้งขึ้นไปทางขั้วโลกเหนือ (ใครที่นั่งเครื่องไปสหรัฐอเมริกาบ่อย อาจจะคุ้นเคยเส้นทางนี้ดี) เมื่อมองลงมาด้านล่างเห็นแต่แผ่นน้ำแข็งขาวโพลนตลอดหลายชั่วโมง มันเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับผม และในที่สุด เช้าตรู่วันที่ 8 ตามเวลาท้องถิ่น เครื่องบินก็ร่อนลงมาแตะรันเวย์ของสนามบินดัลเลส กรุงวอชิงตัน ดีซี จนได้ ผมเลือกพักที่โรงแรมใกล้กับตึกที่จัดประชุมมากที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง เพราะอากาศหนาวที่มาพร้อมฝนแบบนี้ คงไม่สนุกแน่ถ้าต้องเดินทางไกล เช้าวันที่ 9 มกราคม ผมก็พาตัวเองมาถึงหน้า Ronald Reagan Building and International Trade Center

DSCF6868DSCF6874

ห้องประชุมขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยบรรดานักวิชาการ ศาสตราจารย์จากหลากหลายประเทศ รวมถึงนักวิจัยจากบริษัท Boeing ซึ่งเป็น sponsor หลักของการประชุมครั้งนี้ Dr. Jean M. Contant (IAA Secretary-General) ได้กล่าวต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน และได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการ NASA เดินทางมาเป็น keynote speaker ด้วย ในช่วงเช้านั้น IAA ได้นำเสนอความก้าวหน้าในความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในรอบสองปีที่ผ่านมา และพูดถึงปัญหาด้านกิจกรรมอวกาศที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้พลังงานนิวเคลียร์บนอวกาศ หรือการเติบโตอย่างขาดทิศทางของบริษัทเอกชนที่มุ่งให้บริการด้านอวกาศ ฯลฯ รูปแบบการจัดงานนั้นมีความน่าสนใจมากครับ ตรงที่ช่วงบ่ายมีการแบ่งการประชุมออกเป็นการประชุมย่อย 6 session ซึ่งแต่ละ session จะกำหนดหัวข้อเฉพาะ โดยผู้นำเสนอจะถูกกำหนดให้นำเสนอผลงานใน session ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตนเองสนใจ เช่น

session 1 ว่าด้วย การเดินทางด้วยยานอวกาศในแง่มุมของมนุษย์ (Human Aspect in Spaceflight) เป็นการศึกษาโอกาสในการปรับปรุงพัฒนาร่างกายมนุษย์ให้เหมาะสมแก่การเดินทางในอวกาศ รวมถึงความร่วมมือในการสร้างโปรแกรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพมนุษย์ที่อาศัยอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงบนโลก

session 2 ว่าด้วย เป้าหมายในเรื่องภารกิจของหุ่นยนต์ (Scientific Goals in Robotic Missions) ห้องนี้จะนำเสนอในเรื่องการใช้งานหุ่นยนต์ในการสำรวจระบบสุริยจักรวาล โดยเฉพาะดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดวงจันทร์ยูโรป้า และดาวเคราะห์ชั้นนอก การแสวงหาและใช้ประโยชน์จากดาวเทียมเพื่อการติดต่อสื่อสาร

session 3 ว่าด้วย ปัจจัยทางเทคนิค ความสามารถด้านเทคโนโลยี (Technical Factors: Enabling Technologies/ Common Requirement) ห้องนี้จะนำเสนอในเรื่องความสามารถ ศักยภาพของเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้กับหุ่นยนต์ และภารกิจในการสำรวจอวกาศของมนุษย์ ซึ่งจะไม่จำกัดอยู่แต่การคมนาคมขนส่ง การสร้างที่อยู่อาศัย การผลิตพลังงาน แต่จะครอบคลุมถึงประเด็นการมีส่วนร่วมของประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถเข้าถึงการสำรวจอวกาศอย่างเท่าเทียมกัน

session 4 ว่าด้วย บทบาทของอุตสาหกรรมภาคเอกชนในการสำรวจอวกาศ เทคนิคเชิงนโยบาย และข้อพิจารณาด้านกฎหมาย (Private Industry’s Role in Space Exploration and Exploitation: Technical, Policy and Legal Consideration)

session 5 ว่าด้วย ความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือของการสำรวจอวกาศ (Space Exploration: The Imperative of Global Cooperation) ห้องนี้นำเสนอเหตุผลความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือในการสำรวจอวกาศด้วยยานอวกาศที่บังคับโดยมนุษย์และหุ่นยนต์ กลไกที่จะมาเสริมสร้างความร่วมมือต่างๆ รวมถึงสร้างความยั่งยืนในการจัดการความร่วมมือระหว่างประเทศให้เกิดขึ้น

session 6 ว่าด้วย การใช้ประโยชน์จากสถานีอวกาศ เพื่อการสำรวจอวกาศโดยมนุษย์และหุ่นยนต์ (Space Stations Utilization for Robotic and Human Spaceflight Exploration) ห้องนี้นำเสนอประเด็นโอกาสในการใช้สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS) เพื่อเป็นฐานที่มั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการค้นคว้าในเรื่องอื่นๆต่อไป เช่น การประกันความปลอดภัยในการสำรวจอวกาศ การสร้างเครื่องมือและเทคโนโลยีซึ่งถูกพัฒนาโดยอาศัยประโยชน์จากการทดลองบนสถานีอวกาศ ตลอดจนความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะส่งเสริมประเทศกำลังพัฒนาในการส่งยานอวกาศที่มีมนุษย์หรือหุ่นยนต์ควบคุมไปที่ ISS

IMG_4508IMG_4527

ผมถูกจัดให้นำเสนอใน session 4 นี้ ซึ่ง เป็นหัวข้อเกี่ยวกับบทบาทของอุตสาหกรรมภาคเอกชนในการสำรวจอวกาศ เทคนิคเชิงนโยบาย และข้อพิจารณาด้านกฎหมาย มีนักวิจัยมากมายทั้งที่มาจากมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐบาลของประเทศต่างๆ องค์การ NASA องค์การ SETI และบริษัท Boeing ได้นำเสนอความคิดใหม่ที่น่าสนใจ เช่น เรื่องการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในการสำรวจ และการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยการขยายตลาดร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อยกระดับขีดความสามารถร่วมกัน กรณีศึกษาในด้านธุรกิจที่จะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาอวกาศ การขยายการสำรวจอวกาศให้ครอบคลุมตั้งแต่วงโคจรของโลกในระดับต่ำ (Low Earth Orbit) ขึ้นไป และประเด็นการนำเสนอความเป็นไปได้ในกิจกรรมเชิงพาณิชย์บริเวณวงโคจรของโลกระดับต่ำ การสร้างลิฟท์อวกาศเพื่อขนส่งสิ่งของสู่วงโคจร การท่องอวกาศ ประเด็นการพิจารณานโยบาย และกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศในการแสวงหาทรัพยากรในอวกาศ เช่น การขุดแร่บนดวงจันทร์ และดาวอังคาร ประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากการสำรวจอวกาศ

DSCF6885 IMG_4553       IMG_4554IMG_4556IMG_4558IMG_4552

บทความวิชาการของผม เรื่อง The Moon Protection As Common Heritage of Mankind นำเสนอเกี่ยวกับการสำรวจ และแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรแร่บนดวงจันทร์ ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ Helium-3 ที่อยู่ภายในชั้นหินดวงจันทร์ สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษบนโลกได้ มนุษย์ได้ค้นพบแร่ชนิดนี้จากภารกิจ Apollo ของ NASA ที่ได้เดินทางไปเยือนดวงจันทร์และเก็บตัวอย่างแร่กลับมา ซึ่งในแง่มุมของกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ผมนำเสนอในประเด็นที่ว่าข้อกำหนดในการสำรวจอวกาศ และดวงจันทร์เป็นอย่างไร กฎหมายระหว่างประเทศได้ระบุสถานะทางกฎหมายของดวงจันทร์ไว้อย่างไร และมีข้อบกพร่องของกฎหมายอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ผมได้นำเสนอวิธีการที่เป็นไปได้ (feasible proposal) ในการจัดสรรและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรแร่บนดวงจันทร์อย่างเป็นธรรม โดยยึดหลักการที่ว่าดวงจันทร์เป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติ (Common Heritage of Mankind) ทำให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ควรตกเป็นของประเทศใดประเทศหนึ่ง

IMG_4544IMG_4549

ประสบการณ์นำเสนอผลงานวิชาการที่ต่างประเทศครั้งแรกของผมจบลงด้วยดีครับ ผมได้เปิดโลกกว้าง ได้เห็นหัวกะทิกว่าครึ่งโลกมาแบ่งปันความคิดใหม่ๆที่น่าทึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ และการประชุมครั้งนี้ทำให้ผมรับรู้ว่ามนุษย์เราเล็กจิ๋วเพียงใดเมื่อเทียบกับความรู้ที่ได้รับจากห้วงอวกาศ และเกิดความรู้สึกว่าบางทีโลกใบนี้มันช่างหมุนเร็วกว่าที่เราคิดไว้มาก สุดท้ายนี้ ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าเรื่องราวจากประสบการณ์ของผมในครั้งนี้ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนที่ชอบและหลงใหลในอวกาศได้เดินทางไปนำเสนอผลงานที่ IAA ในการประชุมครั้งถัดๆไป

ผู้อ่านสามารถ download หนังสือ IAA Space Exploration Conference 2014: Preliminary Program เพื่อดูหัวข้อวิจัยที่ถูกนำเสนอในการประชุมครั้งนี้ที่ http://iaaweb.org/iaa/Scientific%20Activity/waspreliminaryprogram.pdf

Peerapon Jaderojananont (พีรพล เจตโรจนานนท์)

Advertisements